เบื้องหลังฟอร์มแรง! 4 สิ่งที่เห็นจากอาร์เซน่อลในยุค อูไน เอเมรี่

หลังจาก อูไน เอเมรี่ เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก อาร์แซน เวนเกอร์ อาร์เซน่อล มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย นอกจากการจัดตัวผู้เล่น และระบบการเล่นแล้ว ยังมีเรื่องเล็กๆน้อยที่กุนซือชาวสเปนเข้มงวดมากกว่าเดิม จนส่งผลดีต่อฟอร์มการเล่นในสนาม ไปดูกันว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

4.เน้นเรื่องโภชนาการ และการซ้อมของนักเตะ

เอเมรี่ ออกกฎเข้มชนิดล้วงลึกถึงโรงอาหารและนอกสนามเพื่อพยายามปรับปรุงผลงานการแข่งขันของลูกทีมที่รับมรดกตกทอดมาจาก อาร์แซน เวนเกอร์ นอกเหนือไปจากระบบการฝึกซ้อมที่เข้มข้นกว่าที่ผ่านมา ตลอดจนการฝึกผู้เล่นแบบตัวต่อตัว และยกเครื่องวิธีการอออกกำลังกายในโรงยิมที่สนามซ้อม ลอนดอน โคลนี่ย์ ไปพร้อมกันด้วย

กุนซือชาวสเปนสั่งให้ถอดน้ำผลไม้ออกจากเมนูเพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมน้ำหนักควบคู่ไปกับการกระชับความฟิตครั้งมโหฬาร โดยมองว่าน้ำผลไม้มีน้ำตาลมากเกินไป จึงให้ดื่มน้ำเปล่าแทน ซึ่งต่างจากยุคของ เวนเกอร์ ที่นักเตะดื่มน้ำอัดลมกันได้สบายๆ

สำหรับการออกกำลังกายในโรงยิมนั้น โค้ชชาวสเปนถึงกับเน้นหนักขนาดที่ว่าสั่งให้ตั้งเต็นท์ข้างสนามซ้อม พร้อมอุปกรณ์ครบครันเพื่อให้ผู้เล่นผสมผสานการซ้อมบอลและการออกกำลังกายที่เน้นการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงเข้าด้วยกัน 

3.เพลสซิ่งมากขึ้น

หนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ อย่างชัดเจนคือ การขึ้นไปกดดันเพลสซิ่งสูงในแดนคู่แข่งเพื่อเอาบอลกลับมาครองให้เร็วที่สุด ในยุคของกุนซือฝรั่งเศสพวกเขาแทบไม่ได้ไล่กดดันคู่แข่งให้เห็นสักเท่าไหร่ ซึ่งจะเห็นอยู่บ่อยครั้งที่ อเล็กซิส ซานเชซ แสดงอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด หลังเจ้าตัวมักจะเป็นคนที่วิ่งไล่บอลในแดนหน้าอยู่คนเดียว

ในทางกลับกันอาร์เซน่อลของ เอเมรี่ ไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาวิ่งกดดันคู่แข่งพร้อมปิดช่องทางการผ่านบอล สิ่งเหล่านี้คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปืนใหญ่แข็งแกร่งขึ้น และโชว์ฟอร์มร้อนแรง ณ ขณะนี้   

2.แผนการเล่น

ซีซั่นนี้ เอเมรี่ ชื่นชอบในการใช้ระบบ 4-2-3-1 ซึ่งความกังวลมากที่สุดคือ การที่กุนซือชาวสเปนพยายามจับ อาร์รอน แรมซีย์ และ เมซุส โอซิล ลงเล่นพร้อมกันในแนวรุก โดยจับอดีตมิดฟิลด์เยอรมันไปเล่นทางฝั่งขวา ส่วนดาวเตะทีมชาติเวลส์ขยับมาเล่นสูงขึ้นยืนอยู่หลังกองหน้า ส่งผลให้ โอซิล โชว์ประสิทธิภาพได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

เรื่องดังกล่าวทำให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน ต้องหลุดไปเป็นตัวสำรองซึ่งเป็นคนที่เล่นได้ดีในตำแหน่งนี้ และยังเล่นร่วมกับ เอคตอร์ เบเยริน ได้เข้าขารู้ใจทางฝั่งขวาอีกด้วย

ในเกมล่าสุดที่พวกเขาเอาชนะฟูแล่ม 5-1 เอเมรี่ พยายามลองใช้ระบบ 4-2-2-2 โดยไร้ โอซิล ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน และ แรมซีย์ ที่เป็นตัวสำรอง แต่บรรดาตัวที่ถูกลงมาทดแทนยังโชว์ฟอร์มกันได้ยอดเยี่ยม และนี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีขุมกำลังมากพอสามารถหมุนเวียนกันได้เมื่อถึงเวลาจำเป็น  

1.พร้อมให้โอกาสนักเตะดาวรุ่ง

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ยังไม่หายไปจากอาร์เซน่อล เมื่อหมดยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ คือการให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งได้ลงสนามต่อเนื่อง ซีซั่นนี้ เอเมรี่ ได้ผู้เล่นดาวรุ่งหน้าใหม่เพิ่ม 2 คน ทั้ง ลูคัส ตอร์เรยร่า และ มัตเตโอ เกนดูซี่

ทั้งสองคนช่วยเข้ามาเติมเต็มแดนกลางที่เป็นจุดอ่อนของทีมในซีซั่นที่แล้ว โดยเฉพาะ ตอร์เรยร่า ที่มีสไตล์การเล่นที่ดุดันซึ่งเหมาะกับปืนใหญ่ในชุดปัจจุบัน รวมทั้งยังมีเทคนิคกับทักษะในการผ่านบอลที่ดีเยี่ยมด้วย ขณะที่ เกนดูซี่ ก็จะกลายเป็นอะไหล่ชั้นดีหลังปรับตัวได้ดีขึ้น และทำประตูได้แล้ว

ส่วนผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจะแจ้งเกิดได้อีกคนคือ เอมิล สมิธ-โรว์ ปีกวัย 18 ปี หลังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในช่วงปรีซีซั่น จนมีโอกาสลงเล่นบ่อยครั้ง และล่าสุดสามารถเขาทำประตูให้กับทีมได้แล้วในเกมที่เอาชนะ คาราบัก 3-0 ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก ซึ่งเป็นการลงสนามเกมแรกในฟุตบอลยุโรปอีกด้วย